วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การเข้าชั้นเรียน ครั้งที่ 7

24  กรกฎาคม  2556


อาจารย์เข้าสอน :  09:00 น.    หมายเหตุ  >>  เนื่องจากอาจารย์ติดภาระกิจราชการอยู่ที่ห้องประชุม
นักศึกษาเข้าเรยีน  :  08:25  น.


กิจกรรมการเรียน  การสอน

องค์ความรู้ที่ได้รับ

 กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
1.  กระบวนการเบื้องต้น
     -  การวัด                  ต้องมีเครื่องมือในการวัด   ถ้าพูดถึงการวัดจะนึกถึง  จำนวน, ปริมาณ,ตัวเลข
     -  การจำแนก          ต้องตั้งเกณฑ์  EX.   ผมสั้น = เท่าติ่งหู   แต่ถ้า  ผมยาว = เลยบ่าลงมา
     -  หาความสัมพันธ์    มิติ + เวลา  
     -  ใช้ภาษาในการสื่อความหมาาย
     -  การคำนวน             EX.    กี่วันถั่วงอกจะโต
     -  การพยากรณ์        คือการคาดเดา  

2.  กระบวนการผสม
     -  ตั้งสมมติฐาน          คือการกำหนดประเด็นปัญหา  (การคาดเดา)
     -  ลงมือปฏิบัติ
     -  ควบคุมตัวแปร          คือการกำหนดสิ่งที่จะมีผลต่อการทดลอง
     -  การทดลอง
     -  ตีความ , สรุป

3.  วิธีการจัด
      1. จัดเป็นทางการ    
          - กำหนดจุดมุ่งหมาย
      2. จัดไม่เป็นทางการ   เช่น
          - มุมวิทยาศาสตร์ 
          - สภาพแวดล้อมที่ครูเตรียม
      3.  จัดตามเหตุการณ์
           -  ธรรมชาติ
           -  สิ่งที่พบเห็น

 4.   วิธีการเลือกใช้สื่อ
       1.  การเลือก 
            - เหมาะสมกับหน่วย
            - เหมาะกับพัฒนาการ
            -  เวลาและสถานที่
            -  กิจกรรม
        2.  เตรียมอุปกรณ์และทดลองใช้
       

ดูโทรทัศน์ครู  เรื่อง  Project  Approach  การสอนแบบโครงการปฐมวัย

Project Approach  คือ  การศึกษาในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อย่างลุ่มลึก
               

5 ลักษณะของ Project  Approach
     1.  การอภิปราย
     2.  การนำเสนอประสบการณ์เดิม
     3.  การทำงานภาคสนาม   (ศึกษาจากแหล่งข้อมูลจริง)
     4.  การสืบค้น
     5.  การจัดแสดง  


ศึกษากระบวนการทางวิทยาศาตร์เพิ่มเติมจาก Power Point 








วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การเข้าเรียน ครั้งที่ 6

17  กรกฎาคม  2556


หมายเหตุ      เนื่องจากวันนี้อาจารย์ผู้สอนติดภาระกิจ จึงไม่มีการเรียนการสอน   แต่อาจารย์ผู้สอนได้มอบหมายงานไว้   คือ  ให้คิดการทดลองวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย และ  สื่อวิทยาศาตร์ที่ไว้ในมุมเสริมประสบการณ์


การทดลอง 

เปลวไปลอยน้ำ


อุปกรณ์ในการทดลอง 
          1.  เทียนไข       
          2.  แก้วทรงสูงใส่น้ำ  (ต้องสูงกว่าความยาวของแท่งเทียน)
          3.  หมุดหัวหมวกหรือตะปูเกลียวตัวเล็ก

วิธีการทดลอง     
          1.  เติมน้ำลงในแก้ว 5/6 แก้ว    
          2.  นำหมุดมาปักลงที่ฐานของเทียนไข  (ด้านป้าน)
          3.  นำแท่งเทียนใส่ลงไปในแก้วน้ำแล้วจุดเทียน

หลักการทางวิทยาศาสตร์
           เทียนไขลอยอยู่ที่ผิวน้ำได้และไฟก็จะไม่ดับ  เพราะเทียนทำจากขี้ผึ้งพาราฟินจึงไม่เปียกน้ำ และหมุดหัวหมวกทำหน้าที่เป็นจุดรวมน้ำหนักให้อยู่ที่แกนกลางของแท่งเทียน เทียนจึงไม่เองคว่ำ
           ขี้ผึ้งพาราฟินเป็นไขมันที่ได้จากการกลั่นของปิโตรเลียมที่มีลักษณะใส  ไม่มีกลิ่น  ไม่มีรสชาติ  คล้ายกับขี้ผึ้ง  มีจุดหลอมเหลวอยู่ที่ 47-64  องศาเซลเซียส   ซึ่งขี้ผึ้งพาราฟินบริสุทธิ์จะมีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดี  ไม่ละลายน้ำ

  ....................................................................................................................................................


สื่อไว้ในมุมเสริมประสบการณ์

เลี้ยงแมลง




อุปกรณ์
        1.  ทรายแห้ง 2 ถ้วยตวง                                              
        2.  ขวดปากกว้างขนาด 4 ลิตร                          
        3.  แกนกระดาษทิชชู                                                  
        4.   กรรไกร
        5.  ฟองน้ำล้างจาน                                                      
        6.   ฝาขวดอันเล็ก
        7.  น้ำ                                                                            
        8.   กิ่งไม้ขนาดที่ใส่ในขวดได้พอดี 2-3 กิ่ง
        9.  ขนมปังอบแห้ง  1  ชิ้น                                            
       10.   แอปเปิ้ลสด 2 ชิ้น
       11.  จิ้งหรีด   5-6  ตัว                                                    
       12.  ถุงเท้ายาวถึงเข่า  1  ข้าง
                                                   

วิธีการทำ
         1.  เททรายใส่ขวด
         2.  ใส่แกนทิชชูลงในขวด  เพื่อให้จิ้งหรีดใช้เป็นที่ซ่อนตัว   ดัังรูป


         3.  ขั้นตอนนี้ต้องมีครูคอยแนะนำ หรือเป็นผู้ช่วยให้กับเด็ก    ตัดฟองน้ำเป็นชิ้นวงกลมขนาดพอดีกับด้านในของฝาขวด              ดังรูป



         4.  เอาฟองน้ำชุบน้ำ แล้วใส่ไว้ในฝาขวด  เอาฝาวางไว้ในขวด จิ้งหรีดจะกินน้ำจากฟองน้ำนี้  ดังนั้นระหว่างที่เลี้ยงจิ้งหรีดไว้ในขวดระวังอย่าให้น้ำแห้ง
         5.  ใส่กิ่งไม้ไว้ในขวด   สำหรับให้จิ้งหรีดไต่ ดังรูป



         6.   ใส่ขนมปังอบแห้งกับชิ้นแอปเปิ้ลไว้ในขวดให้จิ้งหรีดกินเป็นอาหาร  พอหมดแล้วก็ค่อยเติมให้
         7.  ใสจิ้งหรีดลงในขวดแล้วก็รีบใช้ถุงเท้ายาวปิดปากขวดทันที  ถุงเท้าสามารถระบายอากาศให้เข้าออกได้  และกันไม่ให้จิ้งหรีดหนีออกจากขวด   ดังรูป



         8.  หมั่นสังเกตดูจิ้งหรีดให้บ่อยที่สุด  จากนั้น 1-2  สัปดาห์จึงปล่อยมันออกสู่ธรรมชาติ

ใช้กับเด็กปฐมวัยโดย....
      ให้เด็กๆช่วยกันสร้างบ้านให้กับจิ้งหรีด  ตั๊กแตน  หรือผีเสื้อก็ได้  นำไปวางที่มุมวิทยาศาสตร์  หลังจากนั้นให้เด็กๆสังเกตการเจริญเติบโตของมันและจดบันทึก
       ** เด็กจะได้ .... เป็นคนช่างสังเกต  ช่างจดจำและเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการจดบันทึก **





 


วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การเข้าชั้นเรียน ครั้งที่ 5

10  กรกฎาคม  2556



อาจารย์เข้าสอน  :  08.45 น.
นักศึกษาเข้าเรียน  :  08.20  น.


กิจกรรมการเรียน  การสอน 

องค์ความรู้ที่ได้รับ

     -  นำเสนอของเล่นวิทยาศาสตร์

รถพลังลม 




วัสดุอุปกรณ์ 
          1.  กระดาษแข็ง                                              2.   หลอดดูดน้ำ
          3.  ไม้เสียบลูกชิ้น                                           4.   ฝาขวดพาสติก
          5.  แก้วกระดาษ                                              6.   กาว
          7.  ดินน้ำมัน                                                   8.   เทปกาว

วิธีทำ
          1.  ตัดหลอดดูดน้ำ 2 หลอดให้ยาวกว่าด้านกว้าง ของกระดาษแข็งเล็กน้อย
          2.  ติดหลอดดูดน้ำทั้งสองหลอดกับกระดาษแข็ง ด้วยเทปกาว  ดังรูป




          3.  พลิกกระดาษแข็งอีกด้านหนึ่งขึ้นมาติดกับแก้วกระดาษด้วยกาว   ดังรูป




          4.  ใส่ดินน้ำมันลงไปในฝาขวดพลาสติก 4 ฝา เพื่อไว้สำหรับเสียบไม้ลูกชิ้นลงไป  ดังรูป



          5.  เสียบไม้ลูกชิ้นเข้าไปในหลอดดูดน้ำทั้งสองหลอดจากนั้นติดฝาขวดพลาสติกที่ใส่ดินน้ำมันไว้  แล้ว เข้าไปตรงส่วนปลายไม้ที่ยื่นออกมาทั้ง 4 ด้าน   ดังรูป




          6.  ตกแต่งรถพลังลมตามต้องการด้วยวัสดุต่างๆ  เช่น กระดุม  ตุีกตาไหมพมตัวเล็กๆ หรือกระดาษ  ดังรูป





วิธีการเล่น
          จำนวนผู้เล่น 2-6 คน
          1.  ขีดเส้นสนามแข่งลงบนพื้น  อย่าลืม!!! ขีดเส้นจุดเริ่มต้นและเส้นชัยด้วย
          2.  วางรถพลังลมไว้ที่จุดเริ่มต้น เมื่อได้รับสัญญาณผู้เล่นทุกคนจะต้องเป่าลมเข้าไปในแก้วกระดาษเพื่อให้รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า  ((ดูสิว่าใครจะเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก))

หลักการทางวิทยาศาสตร์


         "แรงดันอากาศ"    คือ  แรงที่เกิดจากอนุภาคของอากาศที่เคลื่อนที่ชนกันเองตลอดเวลาในทุกทิศทาง  พุ่งมาชนกับผนังภาชนะ  ซึ่งรถพลังลมต้องอาศัยการใช้อากาศโดยที่เราเป่าปากแก้ว เพื่อให้รถพลังลมเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้


ทักษะที่ได้รับ
         1.  การคิดอย่างมีเหตุ มีผล
         2.  การใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เหลื่อใช้

การนำไปประยุกต์ใช้
          1.  ใช้ในการจัดประสบการณ์วิทยาศาตร์ ควบคู่กับ การจัดประสบการณ์ศิลปะสร้างสรรค์  ในการประดิษฐ์ ตกแต่ง และบอกเหตุผลของความเปลี่ยนแปลง
          2.  ใช้ในการพัฒนาปรับปรุงสิ่งประดิษฐ์ให้ทันสมัยและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การเข้าชั้นเรียน ครั้งที่ 4

3 กรกฎคม  2556


อาจารย์เข้าสอน   08.35  น.
นักศึกษาเขารียน   08.20  น.

กิจกรรมการเรียนการสอน

องค์ความรู้ที่ได้รับ

    -  ให้นักศึกษาสังเกตของเล่นวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อว่า  "กระบอกลุกปิงปอง"  และช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่า "กระบอกลูกปิงปองนี้ช่วยให้เด็กรับรู้ในเรื่องใด"
 
" การมีประสบการณ์  เปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 "

          
          -  ให้นักศึกษาทำสมุดเล่มเล็ก   โดยการวาดภาพลงไปหน้าละ 1 ภาพ (ต้องเป็นภาพที่ต่อเนื่องกัน)   
วิธีการเล่น     เปิดสมุดเร็วๆ  จะพบว่าภาพที่วาดนั้นเกิดการเคลื่อนไหว มีการเปลี่ยนแปลง
           -   ให้นักศึกษาดู VCD  "มหัศจรรย์ของน้ำ"   และสรุปเป็นองค์ความรู้


มหัศจรรย์ของน้ำ

         น้ำเป็นส่วนประกอบของสิ่งมีชีวิต  และร่างกายของคนเราเมื่อเสียเหงื่อออกมา  เหงื่อนั้นก็คือน้ำที่อยู่ในร่างกายของเรานั่นเอง  น้ำยังช่วยปรับสมดุล  อุณหภูมิในร่างกาย  มนุษย์จึงสามารถขาดน้ำได้เพียง 3 วันเท่านั้น!!!  
การทดลอง :  น้ำเป็นส่วนประกอบของสิ่งมีชีวิต


       
คุณสมบัติของน้ำ

1.  จากของแข็ง  เป็น  ของเหลว
2.  จากของเหลว  เป็น  ของแข็ง
3.  จากก๊าซ     เป็น  ไอน้ำ

การเกิดฝน      เกิดจากการรวมตวกันของไอน้ำที่ระเหยขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วจับตัวกันกลายเป็นเมฆ  หลังจากนั้นก็ตกลงมากลายเป็นฝน


การทดลองที่ 1  :   การเปลี่ยนแปลงสถานะของน้ำ



จะเห็นได้ว่า น้ำแข็งที่ได้รับความร้อน จนกลายเป็นของเหลว
แล้วจากของเหลวกลสยเป็นก๊าซ คือ ไอน้ำกระทบก้นจานจนทำให้เกิดน้ำหยดลงมา


การทดลองที่ 2  :   การเปลี่ยนแปลงสถานะของน้ำ



                     จะเห็นได้ว่า  น้ำที่เทใส่ในภาชนะมีปริมาณเท่ากัน  แต่หลังจากการนำน้ำไปตากแดดเป็นเวลา 1 วันแล้ว  พบว่าน้ำในจานเหลือน้อยกว่าน้ำในแก้ว   เกิดจาก  ผิวหน้าของจานมีความกว้างกว่า น้ำจึงระเหยเร็วจากการโดนความร้อนนานๆ 


การทดลองที่ 3  :   การเปลี่ยนแปลงสถานะของน้ำ

1.  เทน้ำใส่แก้วจนเต็ม
2.  ใช้กระดาษปิดปากแก้ว  แล้วแช่ช่องแข็งในตู้เย็น




จะพบว่าหลังจากที่นำแก้วน้ำออกจากช่องแช่เข็งแล้วน้ำในแก้วจะเป็นน้ำแข็ง
และดันกระดาษที่ปิดปากแก้วจนเห็นได้ว่านูนขึ้น  เกิดจาก  การขยายตัวเพิ่ม 12 % ของน้ำ 


การทดลองที่  4  :  การเปลี่ยนแปลงสถานะของน้ำ



จากการทดลองนี้จะพบว่า ... เมื่อใส่แครอตลงไปในแก้วที่มีแต่น้ำเปล่า  แครอตนั้นจะจมลงสู่ก้นแก้ว
แต่พอเราเติมน้ำเกลือลงไปในน้ำที่อยู่ในแก้วด้วย  จะเห็นว่า ชิ้นแครอตนั้นจะลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ
เกิดจาก   น้ำเกลือมีความอัดแน่นกว่าน้ำเปล่าสธรรมดา


การทดลองที่ 5  :   ตกปลาน้ำแข็ง


จากการทดลอง จะเห็นได้ว่าน้ำแข็งติดขึ้นมากับผ้าพันแผล  จากการโรยเกลือลงบนผ้าพันแผลนั่นเอง เกิดจาก    เกลือสามารถดูดความร้อนได้


การทดลองที่ 6  :  การกดดันน้ำ  *ทฤษฎีการสร้างเขื่อน*
1.  เจาะรูขวดพลาสติก 3 รูเรียงในแนวตั้ง ให้ตรงกัน
2. ปิดรูที่เจาะด้วยเทปใสทั้ง 3 รู
3. เต็มน้จนเต็ม
4.  ค่อยๆเปิดเทปใสออกทีละ 1 รู
     จะพบว่ารูที่อยู่ล่างสุด น้ำนั้นจะพุ่งออกจากรูแรงและไกลกว่ารูที่อยู่ด้านบน   เกิดจาก    แรงดันของน้ำ (ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ภาชนะ)  มีไม่เท่ากัน และอยู่ที่ระดับความลึกของน้ำ


การทดลอง   :  ผิวหน้าน้ำ
1. หาขวดพลาสติก 1 ใบ
2.  ตุ๊กตาดินน้ำมัน 1  ตัว  (ด้านล่างของตุ๊กตาต้องโปร่ง)
3.  เติมน้ำในขวดให้ต็ม  แล้วใส่ตุ๊กตาลงไป   ปิดฝาให้สนิท
4.เมื่อเราบีบขวดน้ำ  ตุ๊กตาที่อยู่ก้นขวดจะค่อยๆลอยขึ้นมาอยู่ผิวน้ำ   เกิดจาก  แรงดันอากาศเพิ่มขึ้น

การทดลองที่ 2 :  ผิวหน้าน้ำ
1. ใส่น้ำที่ผสมสีไว้เข้าในสายยาง
2.  ยกปลายสายยางขึ้น จะเห็นว่าน้ำที่อยู่ในสายยางมีปริมาณเท่ากัน
    *จะยกสายยางสูงหรือต่ำ ระดับน้ำในสายยางก็เท่ากันอยู่ดี*

การทดลอง  :  แรงตึงผิว
1.  เอาน้ำใส่ถ้วย
2.  ใส่ข็มเย็บผ้าลงไป  พบเห็นว่า  เข็มเย็บผ้านั้นลอยอยู่ผิวหน้าน้ำ   เนื่องจาก  ผิวหน้าน้ำสัมผัสกับอากาศ  โมเลกุลเลยรวมกลุ่ม  จึงทำให้เกิดความยืดหยุ่นของน้ำ


การทดลอง  :  ปรากฏการณ์ท่อรูเข็ม
1. แก้ว 1 ใบใส่น้ำไว้
2.  ถ้วยเปล่า  1  ใบ
3.  กระดาษทิชชุ่ม้วนเป็นแท่ง
4. ใส่ปลายทิชชู่ลงในแก้วที่มีน้ำ
5.  ปลายอีกด้านหนึ่งจะอยู่ในถ้วยเปล่า  จะเห็นว่า  น้ำซึมผ่านมาหยดในถ้วย


ทักษะที่ได้รับ
1. ทักษะการสรุปองค์ความรู้เป็นแผนผังความคิด
2.  ทักษะการคิด  ทดลอง  และหาข้อเท็จจริง


การนำไปประยุกต์ใช้
1.  การจัดประสบการณ์วิทยาศาสร์ให้กับเด็กปฐมวัย
2.  การสรุปองค์ความรู้ในประเด็นหลักๆ และในเวลาที่กำหนด  โดยใช้แผนผังความคิด




วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

การเข้าชั้นเรียน ครั้งที่ 3

26  มิถุนายน  2556


อาจารย์เข้าสอน  :  10.00  น.  *เนื่องจากติดภาระกิจราชการ*
นักศึกษาเข้าเรียน  :  08.30  น.

กิจกรรมการเรียนการสอน

องค์ความรู้ที่ได้รับ

      -  ให้นักศึกษาดู VCD   เรื่อง..... ความลับของแสง   และสรุปองค์ความรู้หลักๆ

ความลับของแสง
         แสง  คือ คลื่นชนิดหนึ่ง เปรียบเสมือนคลื่นน้ำทะเล  และสามารถเคลื่อนที่เร็วมาก   แสงช่วยให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆได้
         การทดลอง   การมองเห็นของเเสง  (แสงลอดผ่าน)
 1.  เจาะรูที่กล่องกระดาษ  และเอาวัตถุใส่ไปในกล่อง แล้วปิดฝา   มองเข้าไปในกล่อง
      ผลที่ได้    เราไม่สามารถมองเห็นวัตถุที่อยู่ในกล่องได้  เนื่องจากแสงไม่สามารถผ่านเข้ามาได้ เกิดจากการปิดฝากล่อง
  2.  กระทำแบบเดิม แต่เปิดฝากล่องออก  มองเข้าไปในกล่อง
       ผลที่ได้     เรามามารถมองเห็นวัตถุที่อยู่ในกล่องได้  เนื่องจากแสงได้ช่วยในการมองเห็น

  ** สรุปการทดลองนี้ ... แสงมีส่วนช่วยในการมองเห็น 
โดยแสงส่องโดนวัตถุต่างๆ และสะท้อนภาพจากวัตถุมาที่ตา **

การเดินทางของแสง    
      แสงเดินทางเป็นเส้นตรง ไปจนถึงวัตถุที่มากั้น และสะท้อนเข้าที่ตา


         การทดลอง     การเดินทางของแสง
         1. ใช้กระดาษแข็งตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเท่ากัน  2  แผ่น  เท่ากัน
         2.  เจาะรูตรงกลางแผ่นกระดาษทั้ง 2 แผ่น  เท่ากัน
         3.  ทดลองโดยการใช้ไฟฉายส่องไปที่กระดาษทั้งสองแผ่น  โดยกระดาษทั้งสองแผ่นตั้งขนาน
              กับพื้นซ้อนกันในระยะที่ห่างพอสมควร
              ผลที่ได้  จะเห็นว่าแสงเดินทางเป็นเส้นตรง  สังเกตจากแสงที่ผ่านรูกระดาษ


ประโยชน์ของแสง



คุณสมบัติของแสง
         1. แสงเดินทางเป็นเส้นตรง
         2. การหักเหของแสง
         3.  การสะท้อนของแสง   
         4.  การกระจายของแสง

หลักการหักเหของแสง
        * ลำแสงจะหักเหได้ก็ต่อเมื่อวัตถุนั้นเป็นคนละชนิด*
       การทดลอง    
       1.  เอาหนังสือว่างหลังแก้วน้ำ  แสงจะเกิดการหักเหและกระจายออก  เป็นหลักการในการผลิตเลนส์
       เลนส์โค้งนูน  =  ใช้รวมแสง ในการจุดไฟ
      การทดลอง   
       1.  ใช้เลนส์ส่องไปที่วัตถุนานๆ เมื่อเวลาผ่านไปจะเกิดควันไฟขึ้นมา พร้อมกับประกายไฟ
       2.   รุ้งกินน้ำ ก็เกิดจากการหักเหของแสง = แสงจะผ่านละอองน้ำจำนวนมากมาในอากาศ
การสร้างรุ้งกินกินน้ำเอง
       1.  ใช้อ่างน้ำ กับกระจกเงา  แสงพุ่งตกกระทบน้ำในอ่าง แสงจะแยกตัวออกเป็นสี 
       2.   ใช้กระบอกฉีดน้ำ หันไปทางดวงอาทิตย์จะเห็นเป็นแสงที่คล้ายรุ้งกินน้ำเกิดขึ้นจากการฉีดละอองน้ำ
สีของรุ้งกินน้ำ


ทักษะที่ได้รับ
    1.  การทดลองวิทยาศาสตร์ในเรื่องของแสง
    2.  การรู้จักคิดอย่างมีเหตุผล และหาข้อเท็จจริง  โดยใช้วิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือในการพิสูจน์

การนำไปประยุกต์ใช้
     1.   การจัดกิจกรรมให้ตรงตามหน่วย // สาระการเรียนรู้
     2.   คิดวิธีการทดลองวิทยาศาสตร์ที่แปลกใหม่โดยการมีกิจกรรมที่ได้รับจากการดู VCD วันนี้เป็นพื้นฐานในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้





วันพุธที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2556

การเข้าชั้นเรียน ครั้งที่ 2

19  มิถุนายน  2556


อาจารย์เข้าสอน  :   08.25  น.
นักศึกษาเข้าเรียน   :  08.20  น.

กิจกรรมการเรียนการสอน

องค์ความรู้ที่ได้รับ

        -  ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มๆละ 6 คน แล้วทำความเข้าใจกับเนื้อหาสาระ   ดังหัวข้อต่อไปนี้
            1.  ความหมายของวิทยาศาสตร์
            2.  ความสำคัญของวิทยาศาสตร์    (หัวข้อกลุ่มที่ได้รับมอบหมาย)
            3.  พัฒนาการทางสติปัญญา
            4.  การเรียนรู้
            5.  แนวคิดพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
            6.  กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และผลผลิต

วิธีการทำกิจกรรมกลุ่มในครั้งนี้

            -  เมื่อได้เอกสารความรู้แล้ว ให้แต่ละกลุ่มอ่านทำความเข้าใจกับทุกหัวข้อ  และ 1 หัวข้อที่อาจารย์ผู้สอนได้มอบหมายเฉพาะให้สรุปหัวข้อนั้นๆเป็นแนวคิดของกลุ่มตัวเอง
            -   เมื่อหมดเวลาในการอ่านทำความเข้าใจกับหัวข้อต่างๆแล้ว ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทน 1 คน  เพื่อไปสำรวจความคิดเห็นของเพื่อนกลุ่มอื่นในหัวข้อที่กลุ่มตนเองได้รับมอบหมาย และจดบันทึก
            -   เมื่อรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มอื่นๆแล้ว  ให้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ได้ แล้ววิเคราะห์ความเหมือนและความต่างของแนวคิดแต่ละกลุ่ม  โดยใช้เทคนิคการนำเสนอข้อมูล แล้วส่งตัวแทน 1 คนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน
   

กลุ่มที่  2    ความสำคัญของวิทยาศาสตร์
               ในชีวิตของมนุษย์จะต้องเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการดำรงชีวิตประจำวัน หรือการทำงาน ก็เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น  ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงจำเป็นให้มนุษย์รู้จักคิดอย่างมีเหตุผล   และรู้จักวิธีการแก้ปัญหาอย่างมีระบบ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาสติปัญญา  และพัฒนาประเทศชาติ  วิทยาศาสตร์จึงเป็นเรื่องที่มนุาย์แสวงหาความรู้อยู่ตลอดเวลา




ภาพ  ขณะสำรวจความคิดเห็นของเพื่อนกลุ่มอื่น
 ในหัวข้อที่กลุ่มตัวเองได้รับมอบหมาย




ทักษะที่ได้รับ

        1.   การทำงานกลุ่มอย่างเป็นระบบ
        2.   เทคนิกการนำเสนอข้อมูลอย่างถูกต้อง


การนำไปประยุกต์ใช้

         1.  การรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน
         2.  การเลือกใช้เทคนิคหรือวิธีการนำเสนอข้อมูลที่เหมาะสม
         3.  การจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับเด็กและถูกต้อง